หน้าแรก เกี่ยวกับสมาคม ข้อบังคับสมาคม คณะกรรมการสมาคม บริษัทสมาชิก ติดต่อเรา
 

ข้อบังคับของ สมาคมพัฒนาการขายตรงไทย

        สมาคมการค้านี้จัดตั้งตามพระราชบัญญัติสมาคมการค้า พ.ศ. 2509 และอยู่ในการควบคุมดูแลของสำนักงานทะเบียนสมาคมการค้าประจำกรุงเทพมหานคร

หมวดที่ 1 บททั่วไป

ข้อ 1 ชื่อของสมาคมการค้า
        สมาคมนี้มีชื่อว่า “สมาคมพัฒนาการขายตรงไทย” เรียกชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า “ไทยไดเร็คเซลลิ่งดิวิล็อปเม้นท์แอสโซซิเอชั่น” เขียนชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า “Thai Direct Selling Development Association” คำว่า “สมาคม” ต่อไปในข้อบังคับนี้ให้หมายถึง “สมาคมพัฒนาการขายตรงไทย”

ข้อ 2 สำนักงานของสมาคม
        สำนักงานของสมาคมนี้ตั้งอยู่ ณ เลขที่ 2/1 ซอยสุนทรสิริ ถนนประชาราษฎร์บำเพ็ญ แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร 10320

ข้อ 3 ตราของสมาคม
       ตราของสมาคมนี้มีเครื่องหมายเป็นรูปเรือวิ่งไปบนคลื่น มีตัวอักษรภาษาไทยว่า “สมาคมพัฒนาการขายตรงไทย” และตัวอักษรภาษาอังกฤษว่า “Thai Direct Selling Development Association”  อยู่ภายใต้คลื่น

หมวดที่ 2 วัตถุประสงค์

ข้อ 4 วัตถุประสงค์ของสมาคม
        1. ส่งเสริมและพัฒนาการขายตรงไทยให้ทัดเทียมและเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภค สาธารณชน และภาครัฐ
        2. ส่งเสริม สนับสนุนและช่วยเหลือสมาชิกแก้ไขอุปสรรคข้อขัดข้องต่างๆ รวมทั้งเจรจาทำความตกลงกับบุคคลภายนอก เพื่อประโยชน์ร่วมกันในการประกิบวิสาหกิจประเภท
ที่อยู่ในวัตถุประสงค์ สอดส่องและติดตามความเคลื่อนไหวของตลาดการค้าทั้งภายในและภายนอกประเทศเกี่ยวกับวิสาหกิจประเภทที่อยู่ในวัตถุที่ประสงค์ เพื่อให้เป็นประโยชน์แก่การประกอบธุรกิจการค้า การเงิน เศรษฐกิจ หรือความมั่นคงของประเทศ
        3. ทำการวิจัยเกี่ยวกับการประกอบวิสาหกิจประเภทที่อยู่ในวัตถุที่ประสงค์ แลกเปลี่ยนและเผยแพร่ความรู้ในทางวิชาการ ตลอดจนข่าวสารการค้าอันเกี่ยวกับวิสาหกิจนั้นๆ
        4. ส่งเสริมการดำเนินการขายสินค้าและการให้บริการในการประกอบวิสาหกิจของสมาชิกให้เข้ามาตรฐาน ตลอดจนวิจัยและปรับปรุงวิธีการเกี่ยวกับวิสาหกิจดังกล่าวให้ได้ผลดียิ่งขึ้น
        5. ร่วมมือกับรัฐบาล นิติบุคคล ในการส่งเสริมการค้า อุตสาหกรรม การเงิน หรือธุรกิจอื่นใดในทางเศรษฐกิจอันอยู่ในวัตถุที่ประสงค์
        6. ทำความตกลงหรือวางระเบียบให้สมาชิกปฏิบัติหรืองดเว้นการปฏิบัติเพื่อให้การประกอบวิสาหกิจประเภทที่อยู่ในวัตถุที่ประสงค์ได้ดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย
        7. ปกป้องคุ้มครองสมาชิกของสมาคมผู้ปฏิบัติหน้าที่โดยชอบ ด้วยการให้ความช่วยเหลือด้านกฎหมาย ด้านสวัสดิการ และด้านอื่นๆ ที่จำเป็นและชอบธรรม รักษาไว้ซึ่งมาตรฐานอันดีงามในการปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามจรรยาบรรณของสังคม        

หมวดที่ 3 สมาชิกและสมาชิกภาพ

ข้อ 5 ประเภทสมาชิก
        สมาชิกของสมาคมแบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ สมาชิกสามัญ สมาชิกวิสามัญ สมาชิกกิตติมศักดิ์

ข้อ 6 คุณสมบัติของสมาชิก
        สมาชิกสามัญ ได้แก่ บุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลที่ประกอบวิสาหกิจเกี่ยวกับอุตสาหกรรมขายตรง ซึ่งได้จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย
        สมาชิกวิสามัญ ได้แก่ บุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลที่ประกอบวิสหากิจในทางการค้าอุตสาหกรรม หรือการเงินอันเกี่ยวเนื่องกับธุรกิจการค้าเสรีซึ่งได้จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย
        สมาชิกกิตติมศักดิ์ ได้แก่ บุคคลซึ่งคณะกรรมการเห็นว่าเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ หรือเป็นผู้ที่มีอุปการคุณแก่สมาคม ซึ่งคณะกรรมการมีมติให้เข้าเป็นสมาชิกและผู้นั้นตอบรับคำเชิญ

ข้อ 7 คุณสมบัติของสมาชิก
       ในกรณีที่เป็นบุคคลธรรมดา เป็นผู้บรรลุนิติภาวะแล้ว
       ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย หรือบุคคลเสมือนไร้ความสามารถ หรือบุคคลไร้ความสามารถ
       ไม่เคยเป็นบุคคลที่เคยต้องโทษจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุดของศาลมาก่อน เว้นแต่ความผิดลหุโทษ หรือความผิดที่มีบทกำหนดโทษขั้นลหุโทษ หรือความผิดซึ่งกระทำโดยประมาท
       ไม่เป็นโรคอันสังคมพึงรังเกียจ
       เป็นผู้มีฐานะมั่นคงพอสมควร
       เป็นผู้มีความประพฤติเรียบร้อย
       ในกรณีที่เป็นนิติบุคคล
       ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
       มีฐานะมั่นคงพอสมควร ให้นำความในข้อ 7 (7.1) มาใช้บังคับแก่คุณสมบัติของผู้แทนนิติบุคคลที่ได้รับอำนาจแต่งตั้งให้มีอำนาจกระทำการแทนนติบุคคลที่เป็นสมาชิกตามข้อ 11

ข้อ 8 การสมัครเข้าเป็นสมาชิก
       นิติบุคคลที่ประสงค์จะสมัครเข้าเป็นสมาชิกสามัญหรือวิสามัญของสมาคมจะต้องยื่นความจำนงต่อเลขาธิการสมาคม ตามแบบพิมพ์ที่สมาคมกำหนดไว้ โดยมีสมาชิกสามัญของสมาคมอย่างน้อย 2 คนเป็นผู้รับรอง

ข้อ 9  การพิจารณาคำขอสมัครเข้าเป็นสมาชิก
       ให้เลขาธิการสมาคมนำใบสมัครเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการของสมาคมในคราวต่อไปครั้งแรกหลังจากที่ได้รับใบสมัคร เมื่อคณะกรรมการของสมาคมมีมติให้รับหรือไม่รับผู้ใดเข้าเป็นสมาชิก        ให้เลขาธิการสมาคมมีหนังสือแจ้งให้ผู้สมัครนั้นทราบภายในกำหนด 7 วัน นับจากวันที่ได้ลงมติ
       หนังสือแจ้งดังกล่าวในวรรคแรกต้องจัดส่งเป็นจดหมายทางไปรษณีย์ลงทะเบียน ณ ที่อยู่ของผู้สมัครที่ปรากฏยู่ในใบสมัคร

ข้อ 10 วันเริ่มสมาชิกภาพ
       สมาชิกภาพเริ่มตั้งแต่วันที่ผู้สมัครได้ชำระค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงเรียบร้อยแล้ว

ข้อ 11 สมาชิกภาพที่เป็นนิติบุคคล
       สมาชิกภาพที่เป็นนิติบุคคลจะต้องแต่งตั้งผู้แทนซึ่งจะต้องเป็นบุคคลธรรมดา ให้กระทำการแทนนิติบุคคลนั้นได้ 1 คน เพื่อปฏิบัติกิจการในหน้าที่และใช้สิทธิแทนนิติบุคคลนั้น  ในการนี้ผู้แทนจะมอบหมายให้บุคคลอื่นกระทำการแทนและหรือแต่งตั้งตัวแทนช่วงได้โดยมีลายลักษณ์อักษร

ข้อ 12 การขาดจากสมาชิกภาพ
      สมาชิกภาพย่อมสิ้นสุดลงในกรณีดังต่อไปนี้
      ตายหรือสิ้นสภาพนิติบุคคล
      ขาดคุณสมบัติตามข้อ 7
      ลาออก โดยยื่นหนังสือลาออกต่อคณะกรรมการของสมาคมและได้ชำระค่าบำรุงและหนี้สินที่ค้างชำระแก่สมาคมเรียบร้อยแล้ว
      ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้เป็นบุคคลล้มละลาย
      คณะกรรมการของสมาคมมีมติให้ลบชื่อออกจากทะเบียนสมาชิกโดยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนกรรมการทั้งหมดด้วยเหตุใดเหตุหนึ่งดังต่อไปนี้
      เจตนากระทำการใดๆ ที่ทำให้สมาคมเสื่อมเสียชื่อเสียง
      เจตนาละเมิดข้อบังคับ
      ไม่ชำระเงินค่าบำรุงสมาคมเกินกว่า 45 วันนับจากวันที่  1 เมษายน ของทุกปี โดยปราศจากเหตุผลอันสมควร

ข้อ 13  ทะเบียนสมาชิก
       ให้เลขาธิการจัดทำทะเบียนสมาชิกเก็บไว้ ณ สำนักงานของสมาคม โดยมีรายการอย่างน้อย ดังต่อไปนี้
       1. ชื่อและสัญชาติของสมาชิก
       2. ชื่อที่ใช้ในการประกอบวิสาหกิจและประเภทของวิสาหกิจ
       3. ที่ตั้งสำนักงานของสมาชิก
       4. วันที่เข้าเป็นสมาชิก

หมวดที่ 4 สิทธิและหน้าที่ของสมาชิก

ข้อ 14 สิทธิของสมาชิก
        ได้รับความช่วยเหลือและสงเคราะห์ในเรื่องที่เกี่ยวกับกิจการอันอยู่ในวัตถุที่ประสงค์ของสมาคมจากสมาคมเท่าที่จะอำนวยได้
        เสนอความคิดเห็น หรือให้คำแนะนำต่อสมาคมหรือคณะกรรมการของสมาคมในเรื่องใดๆ อันอยู่ในวัตถุที่ประสงค์ของสมาคม เพื่อนำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรืองของสมาคม
        ขอตรวจสอบกิจการและทรัพย์สินของสมาคมได้ โดยทำเป็นหนังสือยื่นต่อเลขาธิการสมาคมหรือกรรมการผู้ทำหน้าที่แทนเลขาธิการสมาคม
        เข้าร่วมประชุมอภิปรายแสดงความคิดเห็นซักถามกรรมการ เสนอญัตติในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี หรือในการประชุมใหญ่วิสามัญ
        สมาชิกสามัญเท่านั้นมีสิทธิในการออกเสียงลงคะแนนในที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปีหรือในที่ประชุมใหญ่วิสามัญ
        สมาชิกสามัญมีสิทธิประดับเครื่องหมายของสมาคม สมาชิกวิสามัญไม่มีสิทธิประดับเครื่องหมายของสมาคม

ข้อ 15 หน้าที่ของสมาชิก
       ต้องปฏิบัติตามจรรยาบรรณ ข้อบังคับ ระเบียบ คำสั่งของสมาคม มติของที่ประชุมใหญ่ และมติของคณะกรรมการของสมาคมโดยเคร่งครัด
       ดำรงรักษาเกียรติและผลประโยชน์ส่วนได้เสียของสมาคม
       ส่งเสริมและสนับสนุนกิจการของสมาคมให้เจริญรุ่งเรืองและมีความก้าวหน้าอยู่เสมอ
       ชำระค่าบำรุงให้แก่สมาคมตามกำหนด
       สมาชิกผู้ใดเปลี่ยนชื่อ สัญชาติ ย้ายที่ตั้งสำนักาน เปลี่ยนประเภทวิสาหกิจ เลิกประกอบวิสาหกิจ หรือเปลี่ยนผู้แทนนิติบุคคล จะต้องแจ้งให้เลขาธิการสมาคมทราบเป็นหนังสือภายในกำหนด 7 วัน นับแต่วันที่เปลี่ยนแปลง

หมวดที่ 5 ค่าลงทะเบียนเข้าเป็นสมาชิกและค่าบำรุงสมาคม

ข้อ 16 ค่าลงทะเบียนเข้าเป็นสมาชิกและค่าบำรุงสมาคม
        สมาชิกสามัญ จะต้องชำระค่าลงทะเบียนแรกเข้าจำนวน  50,000 บาท  (ห้าหมื่นบาทถ้วน) ภายใน 15 วันนับแต่วันที่คณะกรรมการของสมาคมมีมติให้รับเข้าเป็นสมาชิกสามัญ และต้องชำระค่าบำรุงสมาคมรายปีก่อนวันที่ 1 เมษายนทุกปี โดยกำหนดให้ชำระอัตราค่าบำรุงจากยอกขายสุทธิต่อปีของแต่ละสมาชิกตามลำดับขั้นดังนี้

ยอดขายสุทธิต่อปี                                              อัตราค่าบำรุงต่อปี
ต่ำกว่า 51 ล้านบาท                                             20,000 บาท (สองหมื่นบาทถ้วน)
51 – 100 ล้านบาท                                              40,000 บาท (สี่หมื่นบาทถ้วน)
101 – 250 ล้านบาท                                            60,000 บาท (หกหมื่นบาทถ้วน)
251 – 500 ล้านบาท                                            120,000 บาท (หนึ่งแสนสองหมื่นบาทถ้วน)
501 – 750 ล้านบาท                                            200,000 บาท (สองแสนบาทถ้วน)
751 – 1,000 ล้านบาท                                         240,000 บาท (สองแสนสี่หมื่นบาทถ้วน)
1,001 – 1,500 ล้านบาท                                      300,000 บาท (สามแสนบาทถ้วน)
1,501 – 2,000 ล้านบาท                                      400,000 บาท (สี่แสนบาทถ้วน)
2,001 – 4,000 ล้านบาท                                      600,000 บาท (หกแสนบาทถ้วน)
4,001 ล้านบาทขึ้นไป                                          1,000,000 บาท (หนึ่งล้านบาทถ้วน)

        สมาชิกวิสามัญ จะต้องชำระค่าบำรุงสมาคมเป็นรายปี โดยชำระค่าบำรุงสมาคมครั้งแรกภายในกำหนด 15 วันนับแต่วันที่คณะกรรมการของสมาคมมีมติให้รับเข้าเป็นสมาชิกวิสามัญ และชำระค่าบำรุงสมาคมในรอบปีต่อไปก่อนวันที่ 1 เมษายนทุกปี ปีละ 20,000 บาท (สองหมื่นบาทถ้วน)
        สมาชิกกิตติมศักดิ์ ไม่ต้องชำระค่าลงทะเบียนหรือค่าบำรุงแต่อย่างใดทั้งสิ้น
       สมาชิกที่ขาดจากสมาชิกภาพตามข้อ 12 จะไม่ได้รับค่าลงทะเบียนหรือค่าบำรุงสมาคมคืน
       เพื่อประโยชน์ในการคำนวณค่าบำรุงรายปีตามความในวรรคแรก ยอดขายสุทธิต่อปีให้หมายความรวมถึง ยอดขายบริการสุทธิต่อปีด้วย

ข้อ 17 ค่าบำรุงพิเศษ
       สมาคมอาจเรียกเก็บค่าบำรุงพิเศษจำนวนเท่าใดจากสมาชิกได้เป็นครั้งคราวโดยที่ประชุมใหญ่ลงมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจำนวนสมาชิกสามัญที่มาประชุมทั้งหมด

หมวดที่ 6 การส่งเสริมจรรยาบรรณของสมาชิก

       ข้อ 18 สมาคมพัฒนาการขายตรงไทย กำหนดจรรยาบรรณของสมาคมเพื่อให้สมาชิกสมาคมถือปฏิบัติโดยเคร่งครัด คณะกรรมการบริหารสมาคมเป็นผู้กำหนดจรรยาบรรณของสมาคม

       ข้อ 19 ให้มีคณะอนุกรรมการส่งเสริมจรรยาบรรณของสมาคมคณะหนึ่ง จำนวนกรรมการ บทบาทหน้าที่ของคณะอนุกรรมการให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการบริหารสมาคมกำหนด วาระการดำรงตำแหน่งของคณะอนุกรรมการส่งเสริมจรรยาบรรณของสมาคมเท่ากับอายุของคณะกรรมการบริหารสมาคม

หมวดที่ 7 คณะกรรมการสมาคม

       ข้อ 20 การเลือกตั้งคณะกรรมการของสมาคม
       ให้มีคณะกรรมการขึ้นคณะหนึ่งเป็นผู้ดำเนินกิจการของสมาคม และเป็นผู้แทนของสมาคมในกิจการอันเกี่ยวกับบุคคลภายนอก เพื่อการนี้คณะกรรมการจะมอบหมายให้กรรมการคนหนึ่งคนใดหรือหลายคนทำการแทนในการหนึ่งการใด เว้นแต่ข้อบังคับนี้จะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น
       คณะกรรมการประกอบด้วยผู้แทนของสมาชิกสามัญซึ่งได้รับเลือกตั้งจากที่ประชุมใหญ่มีจำนวนไม่ต่ำกว่า 5 คน
       การเลือกตั้งกรรมการให้กระทำโดยวิธีสมาชิกสามัญหรือสมาชิกวิสามัญเสนอนามของสมาชิกสามัญซึ่งตนประสงค์จะให้เข้ารับการเลือกตั้งเป็นกรรมการต่อที่ประชุมใหญ่ โดยมีสมาชิกสามัญและ/หรือสมาชิกวิสามัญรับรองไม่น้อยกว่า 2 คน แล้วให้ที่ประชุมดังกล่าวลงมติเลือกตั้งให้ผู้ได้รับคะแนนสูงสุดตามลำดับเป็นกรรมการตามจำนวนที่กำหนดในวรรคสอง
       ให้สมาชิกสามัญในที่ประชุมเลือกตั้งกรรมการ  1 คนเพื่อดำรงตำแหน่งนายกสมาคม สำหรับคณะกรรมการที่เหลือให้ที่ประชุมเลือกตั้งกันเองเพื่อดำรงตำแหน่งต่างๆ คณะกรรมการของสมาคมอยู่ในตำแหน่งได้คราวละ 2 ปี
        ภายใต้ข้อบังคับแห่งพระราชบัญญัติสมาคมการค้า พศ. 2509 มาตรา 19 หรือ 33 กรรมการที่พ้นสภาพกรรมการไปแล้วอาจได้รับเลือกตั้งเป็นกรรมการได้อีก

ข้อ 21 การพ้นจากสภาพกรรมการ
       กรรมการของสมาคมย่อมพ้นจากสภาพกรรมการในกรณีดังต่อไปนี้
       ครบกำหนดออกตามวาระ
       ลาออก โดยคณะกรรมการของสมาคมได้ลงมติอนุมัติแล้ว
       พ้นจากการเป็นผู้แทนสมาชิกสามัญ
       ขาดจากสมาชิกภาพ
       ที่ประชุมใหญ่มีมติให้ถอดถอนจากการเป็นกรรมการ
       เมื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์สั่งให้ออกตามมาตรา 33 แห่งพระราชบัญญัติสมาคมการค้า พศ. 2509
       ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติสมาคมการค้า พศ. 2509

ข้อ 22 กรณีที่กรรมการพ้นจากสภาพกรรมการก่อนครบกำหนดออกตามวาระ
       ให้ตำแหน่งอุปนายกอันดับ 1 และอันดับ 2 โดยอุปนายกอันดับ 1 จะทำหน้าที่แทนนายกสมาคม ส่วนอุปนายกอันดับ 2 จะทำหน้าที่แทนอุปนายกอันดับ 1 ในกรณีที่กรรมการพ้นจากสภาพกรรมการก่อนครบกำหนดตามวาระ
       ในกรณีที่มีกรรมการพ้นจากสภาพกรรมการก่อนกำหนดออกตามวาระ คณะกรรมการของสมาคมอาจตั้งสมาชิกสามัญคนใดคนหนึ่งโดยเสียงข้างมากให้เป็นกรรมการแทนได้ แต่กรรมการที่ได้รับแต่งตั้งแทนนี้ให้เป็นกรรมการอยู่ได้พียงเท่ากำหนดเวลาของผู้ที่ตนแทน

ข้อ 23 องค์ประชุมของคณะกรรมการสมาคม
       การประชุมของคณะกรรมการของสมาคมจะต้องมีคณะกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดจึงจะนับว่าเป็นองค์ประชุม เว้นแต่กรณีที่มีจำนวนกรรมการในคณะกรรมการของสมาคมน้อยกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด
       ในกรณีทีจำนวนกรรมการในคณะกรรมการของสมาคมน้อยกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด กรรมการที่มีอยู่ย่อมทำกิจการได้เฉพาะแต่ในเรื่องที่จะตั้งสมาชิกสามัญคนใดคนหนึ่งหรือหลายคนเป็นกรรมการแทนเพิ่มขึ้นให้ครบจำนวน หรือนัดเรียกประชุมใหญ่ หรือการทำกิจการอันสมควรทุกอย่างเพื่อปกป้องรักษาประโยชน์ของสมาคมเท่านั้น

ข้อ 24 มติของที่ประชุมคณะกรรมการของสมาคม
        ให้ถือเอาคะแนนเสียงข้างมากเป็นมติของที่ประชุม ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเสียงเป็นเสียงชี้ขาด
        ในกรณีที่ที่ประชุมคณะกรรมการลงมติอันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายและ/หรือข้อบังคับนี้ให้ถือว่ามตินั้นบังคับใช้ไม่ได้

ข้อ 25 ประธานในที่ประชุม
       ให้นายกสมาคมเป็นประธานในที่ประชุม ถ้านายกสมาคมไม่อยู่หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้อุปนายกผู้อาวุโสตามลำดับปฏิบัติหน้าที่แทน ถ้าทั้งนายกสมาคม และอุปนายกไม่อยู่หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ที่ประชุมเลือกคณะกรรมการคนใดคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุมเฉพาะในการประชุมคราวนั้น

ข้อ 26 การประชุมคณะกรรมการของสมาคม
       ให้มีการประชุมคณะกรรมการของสมาคมอย่างน้อยหนึ่งครั้งทุกสามเดือน โดยได้รับคำบอกกล่าวล่วงหน้าโดยจดหมายทางไปรษณีย์ลงทะเบียนอย่างน้อย 7 วัน
        อนึ่ง ในกรณีสมควร นายกสมาคมหรือกรรมการรวมกันไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งจะเรียกประชุมพิเศษขึ้นได้

ข้อ 27 การรับมอบงานของคณะกรรมการของสมาคม
        เมื่อมีการเลือกตั้งคณะกรรมการชุดใหม่แต่ละครั้งในกรณีครบวาระหรือคณะกรรมการชุดเดิมลาออกทั้งคณะ ให้คณะกรรมการของสมาคมชุดใหม่ที่ได้รับเลือกตั้งเข้ารับมอบงานจากคณะกรรมการของสมาคมเดิมภายในกำหนดเวลา 30 วันนับแต่วันที่ได้รับเลือกตั้ง และการส่งมอบรับมอบนี้จะต้องกระทำเป็นลายลักษณ์อักษร
        การเข้ารับมอบงานของคณะกรรมการชุดใหม่นี้จะกระทำได้ต่อเมื่อได้ยี่นจดทะเบียนเป็นคณะกรรมการของสมาคมต่อนายทะเบียนสมาคมการค้าประจำกรุงเทพมหานครแล้ว และหากว่ายังไม่มีการจดทะเบียนเป็นคณะกรรมการชุดใหม่ให้ถือว่าคณะกรรมการชุดเดิมเป็นคณะกรรมการของสมาคมอยู่ตามเดิมตราบเท่าเวลานั้น

ข้อ 28 อำนาจและหน้าที่ของกรรมการของสมาคมในตำแหน่งต่างๆ
        อำนาจหน้าที่ของกรรมการสมาคมในตำแหน่งต่างๆ มีดังนี้
        นายกสมาคม มีหน้าที่ดำเนินกิจการของสมาคมให้เป็นไปตามข้อบังคับและระเบียบปฏิบัติในการปฏิบัติงานของสมาคม เป็นผู้แทนของสมาคมในกิจการอันเกี่ยวกับบุคคลภายนอก และเป็นประธานในที่ประชุมของคณะกรรมการของสมาคม ตลอดจนในที่ประชุมใหญ่
        เหรัญญิกสมาคม มีหน้าที่ควบคุมดูแลการจ่ายเงินของสมาคม การทำบัญชี การเงิน การเก็บรักษา และการจ่ายพัสดุของสมาคม ตลอดจนปฏิบัติหน้าที่อื่นๆ ตามที่คณะกรรมการของสมาคมจะได้รับมอบหมาย
        เลขาธิการสมาคม มีหน้าที่เกี่ยวกับงานธุรการ โต้ตอบหนังสือ ดูแลรับผิดชอบเกี่ยวกับการเก็บรักษาเอกสารต่างๆ ของสมาคม และการทำบันทึกรายงานการประชุมในที่ประชุมคณะกรรมการของสมาคมและที่ประชุมใหญ่ นอกจากนี้ยังมีหน้าที่เกี่ยวกับการจัดทำทะเบียนสมาชิกและทะเบียนต่างๆ อันมิใช่ทะเบียนเกี่ยวกับการเงินของสมาคม ตลอดจนปฏิบัติหน้าที่อื่นๆ ตามที่คณะกรรมการของสมาคมจะได้มอบหมาย
        อุปนายก มีหน้าที่เป็นผู้ช่วยเหลือนายกสมาคมในกิจการทั้งปวง อันอยู่ในอำนาจหน้าที่ของนายกสมาคม และเป็นผู้ทำหน้าที่แทนนายกสมาคมเมื่อนายกสมาคมไม่อยู่หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้
ตำแหน่งอื่นนอกจากนี้ให้มีขึ้นแล้วแต่คณะกรรมการของสมาคมจะกำหนดขึ้นเป็นคราวๆ ไป ตามจำนวนกรรมการที่ได้รับแต่งตั้ง

หมวดที่ 8 การประชุมใหญ่

ข้อ 29 การประชุมใหญ่
       การประชุมใหญ่ ให้หมายถึง การประชุมสมาชิกของสมคม แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ
       การประชุมใหญ่สามัญประจำปี คือ การประชุมใหญ่ที่ต้องจัดให้มีขึ้นครั้งหนึ่งทุกระยะเวลา 12 เดือน
       การประชุมใหญ่วิสามัญ คือ การประชุมใหญ่ครั้งอื่นๆ บรรดามีนอกจากการประชุมใหญ่สามัญประจำปี หรือการประชุมสมาชิกเป็นการประจำ

ข้อ 30 กำหนดการประชุมใหญ่
       ให้มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปี ภายในกำหนดเวลาหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่สิ้นปีบัญชีของสมาคมเป็นประจำทุกๆ ปี
       การประชุมใหญ่วิสามัญ ถ้ามีเหตุใดเหตุหนึ่งซึ่งคณะกรรมการของสมาคมเห็นสมควร หรือมีสมาชิกจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสี่ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดแสดงความจำนงที่จะให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญ โดยทำเป็นหนังสือยื่นต่อเลขาธิการสมาคม ให้คณะกรรมการสมาคมนัดประชุมใหญ่วิสามัญภายในกำหนดเวลา 15 วันนับแต่วันที่ได้นับหนังสือ
      หนังสือบอกกล่าวจะต้องระบุข้อความแจ้งเหตุเพื่อการใดที่ขอให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญนี้ด้วย

ข้อ 31 การส่งหนังสือบอกกล่าวนัดประชุมใหญ่
       คณะกรรมการของสมาคมต้องส่งหนังสือบอกกล่าวถึงวัน เวลา สถานที่ และระเบียบวาระการประชุมใหญ่ไปให้สมาชิกทุกคนได้ทราบ โดยส่งจดหมายทางไปรษณีย์ลงทะเบียน ณ ที่อยู่ของสมาชิกที่ปรากฏอยู่ในทะเบียน หรือส่งให้ถึงตัวสมาชิกก่อนกำหนดวันประชุมใหญ่ไม่น้อยกว่า 7 วัน
       ภายใต้ข้อบังคับของความในวรรคแรก ในกรณีที่เป็นการนัดประชุมใหญ่สามัญประจำปีต้องแนบสำเนารายงานประจำปีและสำเนางบดุลซึ่งผู้สอบบัญชีได้ตรวจสอบไปแล้วด้วย

ข้อ 32 องค์ประชุมในการประชุมใหญ่
       ในการประชุมใหญ่ของสมาคมต้องมีสมาชิกสามัญมาประชุมไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกสามัญทั้งหมดจึงจะถือเป็นองค์ประชุม

ข้อ 33 กรณีที่การประชุมในครั้งแรกสมาชิกมาไม่ครบองค์ประชุม
        การประชุมใหญ่ที่เรียกนัดประชุมวันและเวลาใด หากล่วงพ้นกำหนดเวลานัดไปแล้ว 1 ชั่วโมงยังมีสมาชิกมาไม่ครบองค์ประชุม ถ้าการประชุมใหญ่คราวนั้นได้เรียกนัดเพราะสมาชิกร้องขอให้เลิกประชุม ถ้ามิใช่เพราะสมาชิกร้องขอให้เลื่อนการประชุมคราวนั้นไป และทำการบอกกล่าวนัดประชุม เวลา และสถานที่ประชุมใหญ่นี้อีกครั้งหนึ่งภายในกำหนดเวลา 15 วันนับแต่วันที่ประชุมใหญ่คราวแรก ในการประชุมใหญ่คราวหลังนี้จะมีสมาชิกมามากน้อยเพียงใดก็ให้ถือว่าเป็นองค์ประชุม แต่จะพิจารณาเรื่องอื่นใดนอกจากที่ระบุไว้ในหนังสือบอกกล่าวเรียกนัดประชุมครั้งแรกนั้นไม่ได้

ข้อ 34 ประธานในที่ประชุมใหญ่
         ให้นายกสมาคมเป็นประธานในที่ประชุมใหญ่ ถ้านายกสมาคมไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ หรือไม่อยู่ ให้อุปนายกผู้มีอาวุโสตามลำดับทำหน้าที่แทน ถ้าทั้งนากยกสมาคมและอุปนายกไม่อยู่หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ที่ประชุมใหญ่เลือกตั้งกรรมการคนใดคนหนึ่งขึ้นเป็นประธานในที่ประชุม ถ้าไม่มีกรรมการอยู่ในที่ประชุม ก็ให้ที่ประชุมใหญ่เลือกตั้งสมาชิกคนใดคนหนึ่งขึ้นเป็นประธานในที่ประชุมเฉพาะการประชุมคราวนั้น

ข้อ 35 วิธีออกเสียงลงคะแนนในที่ประชุมใหญ่
        สมาชิกสามัญเท่านั้นมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน และสมาชิกสามัญคนหนึ่งๆ มีคะแนนเสียงหนึ่งเสียง
        การออกเสียงในที่ประชุมใหญ่ให้ถือปฏิบัติเป็น 2 กรณี คือ
        โดยวิธีเปิดเผย ให้ใช้วิธีชูมือ
        โดยวิธีลงคะแนนเสียงลับ ใช้วิธีเขียนบัตรลงคะแนน และจะกระทำได้เมื่อคณะกรรมการของสมาคมหรือสมาชิกสามัญไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกสามัญที่มาประชุมร้องขอ

ข้อ 36 มติของที่ประขุมใหญ่
       ให้ถือเอาคะแนนเสียงข้างมากเป็นมติของที่ประชุมใหญ่ ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเสียงเป็นเสียงชี้ขาด

ข้อ 37 กิจการอันพึงกระทำในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี
       รับรองรายงานการประชุมคราวก่อน
       พิจารณารายงานประจำปี แสดงผลดำเนินกิจการของสมาคมที่ผ่านมาในรอบปี
       พิจารณาอนุมัติงบดุล
       เลือกตั้งคณะกรรมการ (ในปีที่ครบวาระ)
       เลือกตั้งผู้สอบบัญชีประจำปีและกำหนดค่าตอบแทน
       เรื่องอื่นๆ (ถ้ามี)

ข้อ 38 กิจการอันพึงกระทำในการประชุมใหญ่วิสามัญ
       กิจการอันพึงกระทำในการประชุมใหญ่วิสามัญนั้น ได้แก่กิจการที่ไม่อาจหรือมีเหตุทำให้ไม่สามารถจัดทำได้ในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี และได้แก่กิจการอื่นตามที่ระบุไว้ในคำบอกกล่าวเรียกประชุมนั้น

ข้อ 39 กิจการอันพึงกระทำในการประชุมสมาชิกเป็นการประจำ
        กิจการอันพึงกระทำในการประชุมสมาชิกเป็นการประจำ ได้แก่กิจการอันเกี่ยวกับการปฏิบัติธุรกิจทั่วไปของสมาคม นอกจากกิจการที่จำเป็นและต้องกระทำได้ก็แต่โดยการประชุมใหญ่สามัญประจำปีหรือการประชุมใหญ่วิสามัญ

หมวดที่ 9 การเงินและการบัญชีของสมาคม

ข้อ 40 วันสิ้นปีทางการบัญชี
        ให้ถือเอาวันที่ 31 ธันวาคมของทุกปีเป็นวันสิ้นปีบัญชีของสมาคม

ข้อ 41 การจัดทำงบดุล
        ให้คณะกรรมการของสมาคมจัดทำงบดุลปีละหนึ่งครั้ง แล้วส่งให้ผู้สอบบัญชีไม่เกินเดือนมีนาคม ของทุกปี และผู้สอบบัญชีจะต้องตรวจสอบให้แล้วเสร็จ ก่อนวันประชุมใหญ่สามัญประจำปีไม่น้อยกว่า 30 วัน

ข้อ 42 อำนาจของผู้สอบบัญชี
        ผู้สอบบัญชีซึ่งที่ประชุมใหญ่เลือกตั้งมีอำนาจเข้าตรวจสอบสมุดบัญชีและบรรดาเอกสารเกี่ยวกับการเงินของสมาคม และมีสิทธิสอบถามกรรมการตลอดจนเจ้าหน้าที่ของสมาคมทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวกับบัญชีและเอกสารดังกล่าว ในการนี้กรรมการและเจ้าหน้าที่ของสมาคมจะต้องช่วยเหลือและให้ความสะดวกทุกประการเพื่อการตรวจสอบเช่นว่านั้น

ข้อ 43 การเก็บรักษาสมุดบัญชีและเอกสารการเงิน
        สมุดบัญชีและเอกสารการเงินของสมาคมจะต้องเก็บรักษาไว้ ณ สำนักงานของสมาคมและให้อยู่ในความดูแลและรับผิดชอบของเหรัญญิกสมาคม

ข้อ 44 การเงินของสมาคม
       เงินสดของสมาคมจะต้องนำฝากไว้ ณ ธนาคารพาณิชย์แห่งใดแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ในเขตท้องที่จังหวัดกรุงเทพมหานครในนามของสมาคมโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการของสมาคม
ให้มีเงินทดรองจ่ายเกี่ยวกับกิจการของสมาคมไม่เกินวงเงิน 50,000 บาท ในการนี้เหรัญญิกสมาคมเป็นผู้รับผิดชอบและเก็บรักษาตัวเงิน
การฝากเงินและการถอนเงินจากธนาคาร ให้อยู่ในอำนาจของนายกสมาคมหรือกรรมการคนใดคนหนึ่ง โดยมติของที่ประชุมคณะกรรมการของสมาคม ลงนามร่วมกับเหรัญญิกของสมาคม

ข้อ 45 เงินทุนพิเศษ
        สมาคมอาจหาเงินทุนพิเศษเพื่อมาดำเนินการและส่งเสริมความก้าวหน้าของสมาคมได้ โดยการเชื้อเชิญบุคคลภายนอกและสมาชิกร่วมกันบริจาคหรือกระทำการอื่นใด ตามที่คณะกรรมการของสมาคมเห็นสมควรและไม่ขัดต่อกฎหมาย

ข้อ 46 การลงนามในสัญญา
       การลงนามในสัญญาใดผูกพันสมาคมต้องได้รับมติจากที่ประชุมคณะกรรมการของสมาคมทุกครั้ง ทั้งนี้กรรมการอย่างน้อยสองคนซึ่งกำหนดโดยมติที่ประชุมดังกล่าวลงลงลายมือชื่อและประทับตราของสมาคม

หมวดที่ 10 การแก้ไขข้อบังคับ การเลิกสมาคมและการชำระบัญชี

ข้อ 47 การแก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือตัดทอนข้อบังคับ
       ข้อบังคับนี้จะแก้ไข เปลี่ยนแปลง ตัดทอน หรือเพิ่มเติมได้ก็แต่โดยมติของที่ประชุมใหญ่ ซึ่งมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนสมาชิกสามัญทั้งหมด
       ข้อความที่จะแก้ไข เปลี่ยนแปลง ตัดทอน หรือเพิ่มเติมต้องกล่าวไว้ในหนังสือบอกกล่าวนัดประชุมด้วย

ข้อ 48 การเลิกสมาคม
       สมาคมอาจเลิกได้ด้วยเหตุใดเหตุหนึ่งดังต่อไปนี้
       เมื่อที่ประชุมใหญ่ลงมติให้เลิกด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนสมาชิกสามัญทั้งหมด
       เมื่อล้มละลาย
       เมื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์สั่งให้เลิกตามมาตรา 36 แห่งพระราชบัญญัติสมาคมการค้า พศ. 2509

ข้อ 49 การชำระบัญชี
        เมื่อสมาคมนี้ต้องเลิกไปเพราะเหตุใดเหตุหนึ่งในข้อก่อนนี้ การชำระบัญชีของสมาคมให้นำบทบัญญัติสมาคมการค้า พศ. 2509 มาใช้บังคับ
       ในกรณีที่สมาคมต้องเลิกไปตามข้อ 49.1 ให้ที่ประชุมใหญ่คราวนั้นลงมติเลือกตั้งกำหนดตัวผู้ชำระบัญชีเสียด้วย และหากต้องเลิกไปตามข้อ 49.2 ให้กรรมการทุกคนในคณะกรรมการของสมาคมชุดสุดท้ายที่ได้จดทะเบียนเป็นกรรมการของสมาคมต่อนายทะเบียน เป็นกรรมการของสมาคมต่อนายทะเบียนสมาคมการค้าประจำกรุงเทพมหานครเป็นผู้ชำระบัญชี
       หากมีทรัพย์สินของสมาคมเหลือจากการชำระบัญชีให้ยกแก่นิติบุคคลในประเทศไทยที่มีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับ สาธารณกุศลแห่งหนึ่งแห่งใดหรือหลายแห่งตามมติของที่ประชุมใหญ่

หมวดที่ 11 บทเฉพาะกาล

ข้อ 50 เมื่อนายทะเบียนสมาคมการค้าประจำกรุงเทพมหานคร ได้อนุญาตให้จัดตั้งเป็นสมาคมการค้าแล้ว ให้ผู้เริ่มก่อการจัดตั้งทั้ง 3 คน ทำหน้าที่ของคณะกรรมการสมาคมชั่วคราวจนกว่าจะได้มีการเลือกตั้งคะกรรมการของสมาคมตามข้อบังคับนี้  ซึ่งจะต้องจัดให้มีขึ้นภายในกำหนดเวลา  120 วันนับแต่วันที่ได้รับอนุญาตให้จัดตั้งเป็นสมาคมการค้าแล้ว

ข้อ 51 เพื่อประโยชน์แห่งความในข้อบังคับข้อ 20 ให้ผู้เริ่มก่อการจัดตั้งทั้ง 3 คนทำหน้าที่เป็นสมาชิกสามัญ

ข้อ 52 ให้ใช้ข้อบังคับนี้ตั้งแต่วันที่นายทะเบียนสมาคมการค้าประจำกรุงเทพมหานครได้อนุญาตจัดตั้งเป็นสมาคมการค้าเป็นต้นไป

 
 
 
 
 
Copyright 2013 © www.tsda.biz
All rights reserved.Thai Direct Selling Development Association.